plizxie's profile=::pliZXiE::=pRinCeSS=PhotosBlogListsMore Tools Help

=::pliZXiE::=pRinCeSS=

oooooooooเจ้าหญิงหัวโตooooooooo

plizxie princess

Occupation
Location
No list items have been added yet.
Photo 1 of 51
31 October

ความไม่แน่นอนของความรัก

"ไม่เคยมีความแน่นอนในความรัก"
คำพูดนี้ยังคงเป็นคำพูดอมตะเสมอ
ตราบใดที่โลกยังหมุนให้ชีวิตของคนเรา
ไปพบเจอเรื่องราวต่างๆ มากมายอยู่ทุกวัน
ความเปลี่ยนแปลงก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา...ยิ่งอ่อนไหวยิ่งเปลี่ยนง่าย
ธรรมชาติมอบไว้...ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกได้พบเจอ
โดยเฉพาะมนุษย์ที่เราเชื่อกันว่า...
เป็นสัตว์ที่ไวต่อความรู้สึกมากที่สุด
ทุกนาทีที่โลกหมุนไปกระทบกับอะไรก็ตาม
มนุษย์จึงง่ายที่จะรู้สึกและสัมผัสได้
เช่นนั้นแล้ว..มนุษย์จึงง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุดเช่นกัน
ในความเป็นคนรักที่เคยรักใคร่กันมานาน
วันคืนที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันมานั้นย่อมทำให้รู้จักกัน
อย่างลึกซึ้ง รู้จักนิสัยใจคอของกันและกันเป็นอย่างดี
หรือแม้แต่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่เป็นสิ่งเข้าใจยาก
แต่ก็สามารถรู้สึกและเข้าใจ
ได้ด้วย Sense ของการเป็นคนใกล้ชิด
ทุกอย่างย่อมสื่อถึงกันได้
จึงเป็นเรื่องยากที่ใครสักคนจะปกปิดความรู้สึก
หรือเก็บงำอะไรบางอย่างให้อยู่ในใจเพียงอย่างเดียว
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไป
อีกฝ่ายจึงสามารถรู้ได้ สัมผัสได้ก่อนใคร
อาจไม่ต้องมีใครบอก ไม่ต้องมองเห็นด้วยตาเปล่า
แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
ทุกๆ คนจะสามารถรับรู้ได้ด้วยใจ สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก
บางครั้งคำตอบหรือข้อสรุปว่า
ความรักไม่เหมือนเดิมแล้วก็ไม่ต้องรอคำยืนยันจากใคร
เพราะ Sense ของความรักจะช่วยเราหาคำตอบ
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอบรับได้มากน้อยแค่ไหน...
ถึงเวลาที่ต้องเลิกหรือยัง...เป็นคำถามที่ตอบยาก..แต่..
เราจำเป็นต้องสละเวลาสักหน่อย
เพื่อมาคิดคร่ำครวญหาคำตอบ
เพราะไม่ใช่เรื่องที่เราจะตอบได้ง่ายๆ เลย
เมื่อเราคบกับใครสักคน
คืนวันที่ผ่านมาล้วนเต็มไปด้วยความผูกพันกัน
จนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันไปแล้ว
เหมือนเส้นขนานสองเส้นที่ลากยาวคู่กัน
เคียงข้างกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างเติมเต็มกันและกัน
แต่ต้องอยู่คู่กันทั้งสองจึงจะเรียกว่าเส้นขนานได้
แต่ถ้ามีเส้นใดเส้นหนึ่งเฉไปออกนอกลู่นอกทาง
ก็ไม่อาจเรียกว่า..เป็นเส้นขนานอีกต่อไปได้แล้วล่ะ!!
บ่อยแค่ไหน...ที่เส้นตรงอีกเส้นที่เคยทอดยาวอยู่ข้างๆ เรา
ได้เฉไปมาและโค้งห่างออกจากเรา
ปล่อยให้เราทอดยาว เ พี ย ง ลำ พั ง
และกลายเป็นเพียง "เส้นตรง" ที่ โ ด ด เ ดี่ ย ว
ความโดดเดี่ยวของการถูกทอดทิ้งนั้น
เ จ็ บ ป ว ด กว่าความโดดเดี่ยวของการไม่มีใคร
หลายๆ ครั้งที่เราจะต้องพบกับสายตาที่ว่างเปล่า
กับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปในรูปแบบที่เห็น
เราเป็นภาระของความรู้สึกที่เขาต้องรับผิดชอบ
คบกันไปทุกวันก็ต้องคอยรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและคำโกหก
คำแก้ตัว สารพัดเหตุผลที่จะถูกนำมาอ้าง
แม้บางครั้งที่เรารู้ทั้งรู้ว่าไม่จริง
แต่เมื่อไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องแกล้งนิ่งเฉย
แกล้งทำเป็นเชื่อ  ทั้งๆ ที่ในใจสุดจะกล้ำกลืน
มีอะไรที่ทำได้มากไปกว่านี้อีกล่ะ
แล้ว..ศักดิ์ศรีล่ะ..ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหนกัน
บางครั้ง...คนที่ไม่รักเราแล้ว
ก็ไม่มีทางที่จะบอกความจริงกับเราหรอก
เขาไม่มีทางจะ ย อ ม รั บ
และก็ไม่ยอมที่จะเอ่ยปากบอกเลิกลาด้วยเช่นเดียวกัน
ที่เขาไม่ยอมบอกเลิก
ก็อย่าได้คิดว่าเค้ายังรักเราอยู่  ยังอยากคบกับเราอยู่
ที่เขาอยู่เพราะเขาไม่อยากเป็นคนผิดต่างหาก
เขาไม่อยากถูกสังคมหรือคนรอบข้างประฌามว่าเป็นคนไม่ดี
เขาจะพันธนาการเราไว้ด้วยคำรักในครั้งอดีต
ซึ่งป่านนี้คงเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันจะ ก ด ดั น
ให้เราเป็นฝ่ายที่จะตัดสินใจเป็นคนบอกเลิกเองในที่สุด
ไหนๆ ชีวิตนี้ที่คบกันมา
ก็ทำเพื่อเขามาซะมากมายขนาดนั้นแล้ว
จะกินอะไร  จะเอาอะไรแทบจะหามาถวาย
เคยขัดใจสักครั้งแทบไม่มี
ยอมจนไม่รู้จะยอมอะไรอีกแล้ว
ทำให้จนไม่รู้ว่ามีอะไรอีกที่ยังไม่ได้ทำ
ก็นั่นแระสิ่งสุดท้าย..ทำให้เขาหน่อยเป็นไร
เป็นคนเดินไปจากเขาเสียเอง
แค่นี้เขาก็กลายเป็นคนดีสมใจแล้ว
ส่วนคนรอบข้างจะมองว่า
เราไม่ดีที่เป็นคนบอกเลิกเขาไปยังไงก็ไม่ต้องไปสนใจ
ไม่ต้องแคร์อะไรทั้งนั้น
ไม่มีอะไรต้องเสียใจมากไปกว่านี้อีกแล้วนี่ !!!
อาจจะเจ็บปวดไปหน่อย
แต่ก็จะเป็นการเจ็บครั้งสุดท้าย
และที่สำคัญเราได้เป็นคนเลือกเอง
เลือกที่จะหักอกตัวเองด้วยมือของตัวเอง
ถึงจะเสียใจแต่ก็แน่ใจได้ว่า..
ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้จะดีขึ้นแน่นอน
จะคิดอะไรมากทำใจใหญ่ๆ ไว้
เมื่ออยู่ก็เจ็บ  จากก็เจ็บเหมือนกัน !!!....

 
 
วัฏจักรนี้ วนเวียนในชีวิตเรา หลายครั้ง หลายหน
แต่ทุกครั้ง ก้เปนเรา ที่เลือกเอง
05 September

Long Time~~~

It's so long time never update my space.
Today is the day that I'd like to back to the basic.
Very miss the ambience here. However, feel good to be right back here again.
I know that no one will read this space anymore (without me)
, but I;m happy to write something on this page.
Many things happened in my life during the last time I visit here 'til now.
 
Continue my previous blog... (I'm the 4th student of TU at that time)
- After joining UMAC, I joined another contest, the biggest national match - - JMAT Award (Marketing Plan Contest). I and my loved friends did very hard work coz we were only three political science students who were competing to around 200 groups of marketing students who had members at least 5 people in a team. However, because of that polical in blood made us win this stage. WE GOT THE FIRST WINNER!!
- Finishing contest, I went on my study and finally I graduated and earn the first honor with the dean's list student.
- Before working life, I participated marketing trainee course of MAT (Marketing Association of Thailand) for 3 months. That gave me many experiences and good friends. And so, I had to seriously say goodbye to student life.
- First stage of work, I got the very very precious opportunity from GE Capital (the main sponsor of JMAT contest that I joined) to work with the so super nice boss, surrouded with excellent colleagues. For 7 months at GE, I gained a lot appreciation and so proud to say to anyone that I worked there. Although, my title was just an intern, everyone including me have known that I did more than that. Also, I got more than that too.
- Nowadays, I still work in marketing area, financial field. I'm working for BAY, the top 5 local bank of Thailand.
- One of my disappointed in a few months ago, I failed the admission of IMBA Chula. Actually, I absolutely know that I will go on fighting but I just lose my a little confidence. I'm not sure that I'm really ready to study postgradute along with working, am I? 
 
Anyway, just happy to be here again, my Plizxie's sapce.
 
 
05 December

TU FIT

ดีใจจัง..ในที่สุดความพยายามก้สำเร็จซะที
 
...UMAC2007...การประกวดแผนการตลาดสำหรับนิสิตนักศึกษา
 
#28 พ.ย.#--โทรสับเบอแปลกก้โทรเข้ามาที่เครื่องเรา
วิวกะเราโวยวายกันใหญ่ ..เฮ้ยเมิง เบอแปลก
เรารับด้วยใจเต้น ด้วยใจที่กำลังรอลุ้นอยู่กับการประกาดผล
..และสิ่งที่เราไม่คาดฝันก้เกิดขึ้นจิงๆ
ปลายสายบอกว่า "น้องตวงพลอยใช่มั้ยคะ TU fit นะคะ
ยินดีด้วยนะคะ น้องเข้ารอบแผนการตลาด UMAC ค่ะ
พรุ่งนี้พรีเซนต์ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทอลนะคะ
........." พร้อมกับบอกรายละเอียดอิกมากมาย
พอลงจากรถเรากะวิวเดินเข้ามาในมหาลัยพร้อมกับกรีดกันลั่น
โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเลย วินาทีนั้นดีใจสุดๆ
 
แต่หลังจากนั้น เริ่มเหนื่อยค่ะ
เตรียมการพรีเซนต์ที่มีเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
น้อยกว่าเวลาพรีเซนต์กะอาจานซะอิก
แต่ก้เอาวะ ในใจตอนนั้นคิดแค่ว่า จะสู้และทำให้ดีที่สุด
 
#29 พ.ย.#--ไม่ได้นอนทั้งคืนเลย ทั้งง่วง ทั้งตื่นเต้น
ได้พรีเซนต์เป็นทีมสุดท้าย
ตื่นเต้นโครดๆๆ เพราะสองทีมก่อนหน้าเรา ขั้นเทพมากๆ
พอพรีเซนต์เสด คิดในใจว่าอยากกลับบ้านแล้ว
คงต้องไม่ได้แน่ๆ ....
... แต่ ...
ในที่สุดเมื่อพิธีกรประกาด
"ทีมทีได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ได้แก่....
ตึก ตึก ตึก ตึก ..เสียงใจเราเต้น
ที ยู ฟิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ"
 
ตอนนั้นแทบกระโดด ดีใจมากมาย
ในที่สุด เราก้ทำได้
06 November

1st sem of senior

ไม่ได้อัพสเปซซะนาน มัวแต่ไปหลงแสงสีอยู่กะ ฮิห้า

 

ตอนนี้ก้ใกล้เปิดเทอมอิกแล้ว

 

ปิดเทอมสุดท้ายของเรากำลังจาผ่านไปแล้ว

 

เหอๆๆ เร็วจางเลยเนอะ

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าใกล้จาจบแล้วนะเนี่ย

 

ยังรุสึกว่าตัวเองเปนเดกน้อยอยู่เลย

 

...

....

.....

......

.......

........

 

เทอมที่ผ่านมานี่เปนเทอมที่โหดที่สุดในชีวิตการศึกษาของเราเลยนะเนี่ย

 

รายงานเยอะมาก โปรเจ็กใหญ่ๆทุกตัวเลย

 

เรียน 6 ตัว มีงานเกิน 10 ชิ้น

 

แต่สุดท้ายก้ผ่านมรสุมนั้นมาได้

 

..ในความยากลำบากนั้น ก้มีอะไรดีๆมากมาย

 

แต่สิ่งสำคันที่สุดของเราคือ การเรียนรู้และมิตรภาพ

 

การเรียนรู้จากเนื้อหาวิชาต่างๆ

          เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

               เรียนรู้การทำงานกับคนอื่นมากขึ้น

                    เรียนรู้การว่าความเหนื่อยและเครียดมีอยู่จริง

                         เรียนรู้คนหลายๆคนที่ไม่เคยได้รู้จัก

                              เรียนรู้ที่จะเปิดรับในความต่าง

และเรียนรู้อะไรต่างๆอีกมากมาย

..ทีสำคันคือ เรียนรู้ว่ามิตรภาพที่เราจะสามารถมีหั้ยเพื่อน และเพื่อนมีหั้ยเรานั้นเปนสิ่งที่สวยงาม

และจะทามหั้ยมานคงอยู่ตลอดไป

 

มิตรภาพที่ได้มา ไม่ใช่แค่เพราะได้ทามงานด้วยกัน

 

แต่ได้ร่วมทุกข์ ร่วมกันเหนื่อย เครียดด้วยกัน กลับดึกด้วยกัน

 

มีความสุขด้วยกัน ยิ้มด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน รับรู้เรื่องราวของกันและกัน

 

พร้อมที่จะอยู่ด้วยกันและเคียงข้างกัน

 

เพื่อนบางคนซึ่งก้มีไม่กี่คนคงเคยได้ยินเราพูดประโยคนี้ด้วย

 

"ถ้าหั้ยแลกเมิงกับเพื่อนทั้งคณะ

 

หั้ยกุเลิกคบคนทั้งคณะละมีเมิงคนเดียว

 

กุก้ยอมและพร้อมจะเคียงข้างเมิง"

ไม่ใช่ว่าเพื่อนในคณะคนอื่นไม่ดี

แต่เพื่อนคนที่เราพูดประโยคนี้ด้วยมีความหมายมากมายกะเราจิงๆ

 

..ก้เพราะเพื่อนคนนึงที่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาสนิทกัน

ทำให้เรารุสึกได้อิกครั้งหลังจากไม่ได้รุสึกมาตั้งแต่จบมอปลายว่า

เพื่อนที่มีคุณภาพสำคันกว่าเพื่อนที่ปริมาณจิงๆ

 

นอกจากเรื่องเรียนและเรื่องเพื่อน...

เทอมที่ผ่านมาเปนช่วงเวลาที่เราก้ยอมรับว่ามีความสุขจิงๆ

แต่เมื่อถึงตอนนี้...เราที่โง่เอง

 

...เราที่แย่เอง

 

...เราที่ไม่ดีเอง

 

ที่ปล่อยหั้ยสิ่งดีๆหายไปจากชีวิต

 

คงได้แต่ขอโทดคนๆนึงในสิ่งที่ทามลงไป

 

คนที่มีความหมายต่อกัน 

 

...ขอโทดจิงๆนะ...

 

แต่ก้ยังจะขอ...หั้ยเราเปนเพื่อนกันต่อไป 

 

18 August

my favorite

 eating..shopping..traveling
 
 
 
02 August

LOVE

เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่่จะให้อภัยคุณทุกอย่าง
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่อยู่เคียงข้างเวลาที่คุณเสียใจ
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่จะจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่จะยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่ทนคุณได้
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่รับได้ในสิ่งที่คุณเป็น ไม่ว่าจะมีใครมาว่าร้ายคุณอย่างไร
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่อยากตื่นมาแล้วก็เจอ
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม 
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่แคร์คุณมาก มาก ไม่ว่าคุณจะร้ายต่อเค้ายังไง
 
เคยมั้ย..ที่จะมี..คนที่คุณรัก แม้ว่าคุณจะไม่เห็นความสำคัญของเค้าเลย
 
 
 
ถ้ามี..และคนคนนั้นยังอยู่กับคุณ ขอให้รู้ไว้เถอะ..
ว่าคุณมีสิ่งที่ดีที่สุดอยู่กับคุณแล้ว
ขอให้ความรักนี้ อยู่กับคุณ ตลอดไป
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 
...LOVE BE WITH YOU...
 
 
01 July

At LeAsT

ในที่สุด... สิ่งที่รอคอยจะทำมันลงไป ก้ได้ทามมานสักที
หลังจากที่อึดอัดมานานกับสิ่งๆนี้
สุดท้ายก้ได้ปลดปล่อยมานออกไปแล้ว
 
จิงๆ ก้เกือบจามะได้บอกละล่ะ
ถ้าไม่มีบางอย่างบีบบังคับ
..เพราะกัวเทอจาเข้าใจผิดไป
สิ่งที่เก็บไว้นานเลยถึงเวลาอันควรของมาน
 
ตอนนี้ก้สบายใจแล้ว
ทุกอย่างก้คงเหมือนเดิม(หวังว่าอย่างนั้น)
 
สำหรับเราขอแค่นี้
...เราก้มีความสุขแล้ว...จิงๆ
ขอเป็นแค่นี้แหละ
เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทุกคนก้รู้ดี
ว่ามันเหมาะและดีกะทุกฝ่ายที่สุดแล้วล่ะ
 
คนๆนึงเคยบอกว่า
"เรามีคุณค่าเพียงพอที่คู่ควรกับการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยสิ่งที่ถูกกระทำก็คู่ควรกับสิ่งที่เราตัดสินใจที่จะทำด้วย"
 
และพอทำไปแล้วเราก้เลยรุสึกเหมือนที่เพื่อนคนเดิมนั่นแหละพูดอิกว่า
ความรักก้เหมือนกับขี้ ความรักก่อนจะพูดได้มันแสนจะลำบาก(ขี้แข็ง ไม่ค่อยได้กินผัก)แต่พอถึงเวลาก็จะพูดออกมาอย่างจัง(เบ่งออกมาสุดแรง) ก็สบายตัวถึงแม้จะเขินๆบ้าง(แสบก้นนิดๆ)
...ได้ใจจิงๆ
 
There are no music lists on this space.